การใช้งานคอนกรีตผสมเสร็จแต่ละครั้ง ไม่ว่าจะเป็นงานเทพื้น เทคาน หรือถนน อาคาร สิ่งหนึ่งที่ต้องกำหนดในการใช้งานคอนกรีตผสมเสร็จทุกครั้ง คือ ค่ากำลังอัด โดยส่วนใหญ่ผู้ที่เลือกใช้บริการคอนกรีตผสมเสร็จ ที่เป็นเจ้าของบ้านเอง หรือผู้ที่ไม่ใช้ผู้รับเหมา วิศวกร ก็มักจะไม่ทราบเรื่องค่ากำลังอัดที่ควรจะใช้งาน ควรจะใช้เท่าไหร่ เทพื้นควรมีกำลังอัดเท่าไหร่ เลือกแบบไหน ดังนั้นจึงขอเสนอตารางและข้อแนะนำในการเลือกใช้กำลังอัดคอนกรีต ให้เหมาะสม ถูกหลัก ถูกประเภทของงาน เพื่อให้ไม่เกิดความเสียหายภายหลัง (ต้องการทราบเรื่องค่ากำลังอัดคอนกรีต และ การสั่งคอนกรีตตามกำลังอัด เพิ่มเติม คลิก!)
ผู้ผลิต-จำหน่าย-ขาย บริการเทคอนกรีตผสมเสร็จ คอนกรีตสำเร็จ ปูนผสมเสร็จ ปูนมิกซ์ ปูนน้ำ ซีเมนต์ เทพื้น เทคาน หล่อเสา ปูนกันซึม คอนกรีตสลั๊มปั๊ม เข็มเจาะ แพล้นปูน บางพูน ลำลูกกา ธัญบุรี ปทุมธานี มีนบุรี ถนนนิมิตใหม่ รามอินทรา สายไหม เอกชัย พระราม2 คลองหลวง รังสิต นวนคร บางเขน นนทบุรี บางซื่อ บางขุนเทียน บางมด ตลิ่งชัน สุขุมวิท พระราม9 ปทุมวัน ลาดกระบัง นวมินทร์ บางแค บางปู สมุทรปราการ บางนา ท่าพระ ราษฏร์บูรณะ กทม.ราคาถูก รถโม่เล็ก รถโม่ใหญ่
วันจันทร์
วันเสาร์
ส่วนผสมคอนกรีตที่ทำให้ปั๊มได้ง่าย
ในการออกแบบส่วนผสมของคอนกรีตทั่วๆไป เราจะพิจารณาเพียงให้ได้ค่ากำลังอัด ค่ายุบตัวตามต้องการและสามารถทำงานได้เท่านั้น แต่การออกแบบส่วนผสมของคอนกรีตในงานคอนกรีตปั๊มนั้นต้องออกแบบให้สามารถเคลื่อนที่ผ่านท่อปั๊มได้ง่าย โดยมีองค์ประกอบสำคัญที่ต้องพิจารณาถึงดังนี้ คือ
1.หินและทราย จะต้องมีส่วนคละที่ดี ถุกต้องตามมาตรฐาน ASTM C 33
1.หินและทราย จะต้องมีส่วนคละที่ดี ถุกต้องตามมาตรฐาน ASTM C 33
ส่วนคละของหิน
ส่วนคละของทราย
2.ค่ายุบตัวควรอยุ่ระหว่าง 3"-5" หรือ 7.5 - 12.5 เซนติเมตร
3.ควรมีส่วนละเอียด ซึ่งได้แก่ปูนซีเมนต์ และทรายเพียงพอที่จะอุดช่องว่าง โดยปริมาณปูนซีเมนต์ ต้องไม่น้อยกว่า 300 กิโลกรัม/ลูกบาศก์เมตร
4.ควรมีทรายที่ผ่านตะแกรงมาตรฐาน 50(300u) 10-30%
5.ขนาดโตสุดของหินไม่ควรเกิน 1/5 ของเส้นผ่าศูนย์กลางของท่อ
6.ต้องใช้มอร์ตาอัตราส่วน ซีเมนต์ : ทราย = 1:2 ปั๊ม เพื่อไปเคลือบท่อก่อนการปั๊มคอนกรีตทุกครั้ง
7.ต้องใส่น้ำยาผสมคอนกรีตประเภทยืดเวลาการแข็งตัวทุกครั้งที่ใช้คอนกรีตปั๊ม
วันศุกร์
น้ำยาผสมคอนกรีตสำหรับงานคอนกรีตปั๊ม
น้ำยาผสมคอนกรีตสำหรับงานคอนกรีตปั๊ม
น้ำยาผสมคอนกรีตใช้สำหรับงานคอนกรีตปั๊มนี้จะแตกต่างกันไปตามสภาพภูมิอากาศในประเทศไทย น้ำยาผสมคอนกรีตที่เหมาะสำหรับงานคอนกรีตปั๊ม คือ น้ำยาประเภทลดน้ำและยืดเวลาการแข็งตัว ซึ่งน้ำยาประเภทนี้มีประโยชน์ คือ1.ยึดเวลาการแข็งตัวของคอนกรีต ทำให้สามารถทำงานได้นานกว่า คอนกรีตไม่ใส่น้ำยา และในกรณีที่มีปัญหา ก็มีเวลาแก้ไขก่อนที่คอนกรีตจะแข็งตัวในปั๊มหรือในท่อ
2.ทำให้คอนกรีตลื่น สามารถเคลื่อนที่ไปในท่อได้สะดวก
3.ทำให้คอนกรีตเหลวอยู่เป็นเวลานาน สะดวกในการปั๊ม
นอกจากน้ำยาประเภทลดน้ำ และยืดเวลาการแข็งตัวแล้ว ยังมีน้ำยาที่ช่วยให้ปั๊มคอนกรีตได้ง่าย (PUNPING AIDS) น้ำยาประเภทนี้เมื่อใส่ไปในคอนกรีตจะทำให้คอนกรีตลื่นไหลไปในท่อได้สะดวก ทำให้ปั๊มคอนกรีตได้ง่าย ถึงแม้ว่าคอนกรีตนี้จะใช้ปริมาณปูนซ๊เมนต์ไม่มากนัก แต่น้ำยาประเภทนี้ยังไม่เป็นที่นิยมในปัจจุบันเพราะราคาแพง
วันพฤหัสบดี
อิทธิพลของ มวลรวม ต่อความสามารถในการปั๊ม คอนกรีตผสมเสร็จ
1.ขนาด (size)
ขนาดของมวลรวมมีผลต่อความสามารถในการปั๊มได้ สมมุติว่าหินมีรูปร่างเป็นรูปทรงลูกบาศก์ ขนาด 2x2x2เซนติเมตร จะมีปริมาตร 8 ลูกบาศก์เซนติเมตร และพื้นที่ผิว 6x2 เซนติเมตร x 2 เซนติเมตร = 24 ตารางเซนติเมตร
แต่ถ้าหินก้อนนี้ถูกแบ่งออกเป็น 8 ก้อนเท่าๆ กัน ปริมาตร ยังเท่าเดิมคือ 8 ลูกบาศก์เซนติเมตร แต่พื้นที่ผิวเพิ่มเป็น 8x6x1 เซนติเมตร x1 เซนติเมตร = 48 ตารางเซนติเมตร
จากตัวอย่างพบว่า พื้นที่ผิวจะขึ้นอยู่กับขนาดของมวลรวมแต่ละก้อนและเมื่อพื้นที่ผิวเพิ่มขึ้นจำเป็นต้องเพิ่มมอร์ตา เพื่อให้คอนกรีตสามารถปั๊มผ่านท่อไปได้
2.รูปร่าง (SHAPE)
การผลิตคอนกรีตในประเทศไทย ส่วนใหญ่ใช้หินย่อย (CRUSHED ROCK)เป็นมวลรวมหยาบ หินย่อยในแต่ละแหล่งจะมีรูปร่างแตกต่างกัน ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องนำเรื่องนี้มาพิจารณาในการออกแบบส่วนผสมของคอนกรีตด้วย
สมมุติว่าหินมีรูปร่างเป็นทรงลูกบาศก์ ขนาด 2x2x2 เซนติเมตร จะได้ปริมาตร 8 ลูกบาศก์เซนติเมนตร และพื้นที่ผิว 24 ตารางเซนติเมตร แต่ถ้าหินนี้มีรูปร่างยาว (FLAKY , LONGITUDINAL GRAIN) ขนาด 0.5 เซนติเมตร x2 เซนติเมตร x8 เซนติเมตร ปริมาตร 8 ลูกบาศก์เซนติเมตร พื้นที่ผิว = 2x(0.5 เซนติเมตร x2 เซนติเมตร) + 2x(0.5 เซนติเมนตร x8 เซนติเมตร) +2x(2 เซนติเมตร x8 เซนติเมตร) = 42 ตารางเซนติเมตร
จากตัวอย่างนี้แสดงให้เห็นว่า พื้นที่ผิว จะขึ้นอยู่กับรูปร่างของหินอย่างมาก
มวลรวมที่มีพื้นผิวหยาบ เป็นเหลี่ยมมุม เช่น หินย่อย จะต้องปรับส่วนผสมให้มีส่วนละเอียดเพิ่มขึ้น เพื่อป้องกันการขัดกันระหว่างมวลรวม
มวลรวมที่มีความพรุน จะดูดซึมน้ำได้เร็ว อาจทำให้ปั๊มติดขัดได้ แนวทางแก้ไขคือ พยายาม ทำให้มวลรวมเปียกชื้นอยู่เสมอ
ขนาดของมวลรวมมีผลต่อความสามารถในการปั๊มได้ สมมุติว่าหินมีรูปร่างเป็นรูปทรงลูกบาศก์ ขนาด 2x2x2เซนติเมตร จะมีปริมาตร 8 ลูกบาศก์เซนติเมตร และพื้นที่ผิว 6x2 เซนติเมตร x 2 เซนติเมตร = 24 ตารางเซนติเมตร
แต่ถ้าหินก้อนนี้ถูกแบ่งออกเป็น 8 ก้อนเท่าๆ กัน ปริมาตร ยังเท่าเดิมคือ 8 ลูกบาศก์เซนติเมตร แต่พื้นที่ผิวเพิ่มเป็น 8x6x1 เซนติเมตร x1 เซนติเมตร = 48 ตารางเซนติเมตร
จากตัวอย่างพบว่า พื้นที่ผิวจะขึ้นอยู่กับขนาดของมวลรวมแต่ละก้อนและเมื่อพื้นที่ผิวเพิ่มขึ้นจำเป็นต้องเพิ่มมอร์ตา เพื่อให้คอนกรีตสามารถปั๊มผ่านท่อไปได้
การผลิตคอนกรีตในประเทศไทย ส่วนใหญ่ใช้หินย่อย (CRUSHED ROCK)เป็นมวลรวมหยาบ หินย่อยในแต่ละแหล่งจะมีรูปร่างแตกต่างกัน ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องนำเรื่องนี้มาพิจารณาในการออกแบบส่วนผสมของคอนกรีตด้วย
สมมุติว่าหินมีรูปร่างเป็นทรงลูกบาศก์ ขนาด 2x2x2 เซนติเมตร จะได้ปริมาตร 8 ลูกบาศก์เซนติเมนตร และพื้นที่ผิว 24 ตารางเซนติเมตร แต่ถ้าหินนี้มีรูปร่างยาว (FLAKY , LONGITUDINAL GRAIN) ขนาด 0.5 เซนติเมตร x2 เซนติเมตร x8 เซนติเมตร ปริมาตร 8 ลูกบาศก์เซนติเมตร พื้นที่ผิว = 2x(0.5 เซนติเมตร x2 เซนติเมตร) + 2x(0.5 เซนติเมนตร x8 เซนติเมตร) +2x(2 เซนติเมตร x8 เซนติเมตร) = 42 ตารางเซนติเมตร
จากตัวอย่างนี้แสดงให้เห็นว่า พื้นที่ผิว จะขึ้นอยู่กับรูปร่างของหินอย่างมาก
มวลรวมที่มีความพรุน จะดูดซึมน้ำได้เร็ว อาจทำให้ปั๊มติดขัดได้ แนวทางแก้ไขคือ พยายาม ทำให้มวลรวมเปียกชื้นอยู่เสมอ
วันพุธ
คุณสมบัติของคอนกรีตที่จะสามารถปั๊มได้
1.ต้องมีความเหลวที่เหมาะสม
-คอนกรีตที่เหมาะสมสำหรับนำไปปั๊ม ควรจะมีค่ายุบตัวอยู่ระหว่าง 7.5-12.50 ซม. หรือ 3-5 นิ้ว
-ถ้าค่ายุบตัวน้อยเกินไปคอนกรีตจะปั๊มยาก และต้องใช้แรงดันสูงมาก ซึ่งจะเกิดผลเสียคือท่อสึกหรอเร็ว และปั๊มเสียได้ง่าย
-ถ้าค่ายุบตัวมากเกินไป คอนกรีตมีแนวโน้มที่เกิดการแยกตัว
ค่ายุบตัวนอกจากจะเป็นตัวชี้ชั้นตันอย่างง่ายว่า คอนกรีตมีความเหลวพอที่จะปั๊มได้หรือไม่แล้ว ยังเป็นตัวบ่งชี้ได้ด้วยว่า คอนกรีตเหมาะที่จะนำไปปั๊มหรือไม่ด้วย กล่าวคือ
เมื่อวัดค่ายุบตัวของคอนกรีตแล้ว คอนกรีตล้มแบบเฉือน สรุปได้ว่า คอนกรีตนี้ส่วนผสมยังไม่เหมาะสม ส่วนละเอียดน้อยเกินไป ควรปรับปรุงส่วนผสมใหม่
-คอนกรีตที่เหมาะสมสำหรับนำไปปั๊ม ควรจะมีค่ายุบตัวอยู่ระหว่าง 7.5-12.50 ซม. หรือ 3-5 นิ้ว
-ถ้าค่ายุบตัวน้อยเกินไปคอนกรีตจะปั๊มยาก และต้องใช้แรงดันสูงมาก ซึ่งจะเกิดผลเสียคือท่อสึกหรอเร็ว และปั๊มเสียได้ง่าย
-ถ้าค่ายุบตัวมากเกินไป คอนกรีตมีแนวโน้มที่เกิดการแยกตัว
ค่ายุบตัวนอกจากจะเป็นตัวชี้ชั้นตันอย่างง่ายว่า คอนกรีตมีความเหลวพอที่จะปั๊มได้หรือไม่แล้ว ยังเป็นตัวบ่งชี้ได้ด้วยว่า คอนกรีตเหมาะที่จะนำไปปั๊มหรือไม่ด้วย กล่าวคือ
เมื่อวัดค่ายุบตัวของคอนกรีตแล้ว คอนกรีตล้มแบบเฉือน สรุปได้ว่า คอนกรีตนี้ส่วนผสมยังไม่เหมาะสม ส่วนละเอียดน้อยเกินไป ควรปรับปรุงส่วนผสมใหม่
วันอังคาร
การเคลื่อนที่ของคอนกรีตในท่อ สำหรับงานคอนกรีตปั๊ม
ส่วนผสมของคอนกรีตเป็นองค์ประกอบสำคัญ ในการลำเลียงคอนกรีตโดยใช้คอนกรีตปั๊ม
ส่วนผสมของคอนกรีตแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ ส่วนที่เป็นของแข็งได้แก่ หิน,ทราย,ซีเมนต์ และส่วนที่เป็นของเหลว คือ น้ำ ซึ่งในส่วนผสมทั้งหมด มาผสมเป็นคอนกรีต เนื้อคอนกรีตจะสามารถปั๊มได้เมื่อส่วนผสมทั้งหมดถูกนำมาผสมกัน ด้วยอัตราส่วนที่พอเหมาะ โดยที่น้ำเป็นตัวส่งผ่านแรงดันไปยังส่วนผสม อื่นๆ
การเครื่องที่ของคอนกรีตในท่อนั้น จะเคลื่อนที่ไปในลักษณะทรงกระบอกหรือที่เรียกว่า PLUG FLOW โดยมีมอร์ตาเป็นตัวหล่อลื่น
จากรูปคอนกรีตที่เคลื่อนที่ในท่อจะมีแรงอยู่ 3 ส่วนที่มาเกี่ยวข้อง คือ แรง P.D.R
ส่วนผสมของคอนกรีตแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ ส่วนที่เป็นของแข็งได้แก่ หิน,ทราย,ซีเมนต์ และส่วนที่เป็นของเหลว คือ น้ำ ซึ่งในส่วนผสมทั้งหมด มาผสมเป็นคอนกรีต เนื้อคอนกรีตจะสามารถปั๊มได้เมื่อส่วนผสมทั้งหมดถูกนำมาผสมกัน ด้วยอัตราส่วนที่พอเหมาะ โดยที่น้ำเป็นตัวส่งผ่านแรงดันไปยังส่วนผสม อื่นๆ
การเครื่องที่ของคอนกรีตในท่อนั้น จะเคลื่อนที่ไปในลักษณะทรงกระบอกหรือที่เรียกว่า PLUG FLOW โดยมีมอร์ตาเป็นตัวหล่อลื่น
| การเคลื่อนที่ของคอนกรีตในท่อ |
P คือ แรงดันจากปั๊ม
R คือ แรงต้านทานการเคลื่อนที่ของคอนกรีตในท่อ ทั้งในแนวราบ แนวดิ่ง รวมทั้งตามข้อต่อ ข้องอ และส่วนคอดต่างๆ (HEAD OF MATERIAL)
D คือ แรงเสียดทาน (FRICTION) ซึ่งจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับ
-ความเร็ว แรงเสียดทานจะเพิ่มขึ้นตามความเร็วของคอนกรีตที่เคลื่อนที่ในท่อ
-ขนาดของท่อ แรงเสียดทานในท่อเล็กจะมากกว่าแรงเสียดทานในท่อใหญ่
-ชนิดของท่อ ท่อยางทำให้เกิดแรงเสียดทานกว่าท่อเหล็ก
จากแรงทั้ง 3 นี้ คอนกรีตจะเคลื่อนที่ไปได้ต่อเมื่อ
แรง P มากกว่า R รวมกับแรง D (P>R+D)
วันอาทิตย์
การดูรอยแตกร้าวของคอนกรีต ว่าเกิดจากสาเหตุใด
รอยแตกร้าวเป็นของคู่กันกับคอนกรีต เนื่องจากคอนกรีตเป็นวัสดุที่รับแรงดึงได้น้อย รอยแตกส่วนใหญ่ที่เกิดกับคอนกรีตจึงมักมีสาเหตุมาจากแรงดึงเป็นหลัก แต่ก็ไม่ใช่รอยแตกร้าวทุกชนิดจะบ่งชี้ถึงอันตรายของโครงสร้างหรือไความไม่มั่นคงปลอดภัยของอาคารเสมอไป รอยแตกร้าวบางชนิดอาจเกิดเพราะฝีมือการก่อสร้าง ความเสื่อมสภาพหรือเกิดตรงตำแหน่งที่ไม่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างเลยก็เป็นได้ เพื่อให้ชัดเจนจึงควรจำแนกชนิดและสาเหตุของรอยร้าวแต่ละประเภทไว้เพื่อสะดวกในการใช้ตรวจสอบอาคารต่อไป
ประเภทของรอยร้าว..
จำแนกรอยร้าวตามสาเหตุที่เกิดได้เป็น 4 ประเภท ได้แก่
1.รอยร้าวเนื่องจากคุณภาพของวัสดุและฝีมือการทำงานที่ไม่ดี
2.รอยร้าวเกิดจากความเสื่อมสภาพของวัสดุ
3.รอยร้าวเนื่องจากโครงสร้างรับน้ำหนักไม่ได้
4.รอยร้าวเนื่องจากฐานรากทรุดตัว
ประเภทของรอยร้าว..
จำแนกรอยร้าวตามสาเหตุที่เกิดได้เป็น 4 ประเภท ได้แก่
1.รอยร้าวเนื่องจากคุณภาพของวัสดุและฝีมือการทำงานที่ไม่ดี
2.รอยร้าวเกิดจากความเสื่อมสภาพของวัสดุ
3.รอยร้าวเนื่องจากโครงสร้างรับน้ำหนักไม่ได้
4.รอยร้าวเนื่องจากฐานรากทรุดตัว
รูปที่ 1 รอยแตกลายงา รอยร้าวเล็กๆ สั้นๆ ไม่ลงลึก ถึอว่าเป็นตัวบ่งชี้ คุณภาพการก่อสร้าง ไม่ได้บ่งชี้ด้านความมั่นคงแข็งแรงของอาคาร
วันเสาร์
ลักษณะการแตกของก้อนตัวอย่างคอนกรีต
ลักษณะการชำรุดแตกหักของก้อนตัวอย่างคอนกรีตที่รับแรงอัด มันแตกออกเป็นรูปกรวยคู่ (Shear Failure) โดยมีปลายกรวยอยู่ที่กึ่งกลางของทรงกระบอก โดยเกิดจากการถูกเฉือนในระนาบที่เอียงกับแรงกด อันเนื่องมาจากแรงยึดเหนี่ยวระหว่าง วัสดุผสมและความเสียดทาน ภายในดังนั้นมุมของการแตกหัก จึงมีค่าเท่ากับ 45 - ∅/2 เมื่อ ∅ เป็นมุมของความเสียดทานภายใน ของคอนกรีตซึ่งมีค่าประมาณ 20 องศา ดังนั้นระนาบของความเสียหายของตัวอย่างคอนกรีตจึง เบี่ยงประมาณ 35 องศา ลักษณะการแตกของก้อนตัวอย่างอาจเป็นการแตกแบบแยกออก (Spliting Failure) หรืออาจเป็นการรวมของลักษณะการแตกของทั้ง 2 แบบ (Combination Shear and Splitting Failure)
การแตกของก้อนตัวอย่างรูปทรงกระบอก
วันศุกร์
การประเมินผลการทดสอบกำลังอัดและสาเหตุที่กำลังอัดของคอนกรีตไม่เป็นไปตามข้อกำหนด
วัตถุประสงค์หลังของการทดสอบกำลังอัดของตัวอย่างคอนกรีตจากหน่วยงานก่อสร้าง คือ เพื่อประเมินผลและควบคุมให้แน่ใจว่า คอนกรีตที่ผลิตขึ้นมีคุณภาพและกำลังอัดที่สม่ำเสมออยู่ในระดับที่ต้องการแต่เนื่องจากคอนกรีตไม่ใช่มวลที่เกิดจากการผสมของวัตถุจนเป็นเนื้อเดียวกัน ดังนั้นคอนกรีตจึงมีคุณสมบัติที่แตกต่างกับไปในแต่ละรุ่นผสมและแม้แต่รุ่นผสมเดียวกันก็ยังมีคุณสมบัติผันแปรกันออกไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับ อัตราส่วนผสมการผสม การลำเลียง การเท การบ่ม และตัวอย่างคอนกรีต นอกจากการผันแปรอันเกิดจากลักษณะของคอนกรีตเองแล้ว คุณสมบัติของคอนกรีตยังถูกทำให้เปลี่ยนแปลงออกไปได้เนื่องจากวิธีการทดสอบ เพื่อหาคุณสมบัตินั้นๆ อีกด้วย เช่น การหล่อแท่งตัวอย่าง การดูแล และการทดสอบตัวอย่างคอนกรีต เป็นต้น สรุปแล้วก็คือ ในการทดสอบกำลังอัดของตัวอย่างคอนกรีตจากสนามต้องยอมรับว่า ค่ากำลังอัดที่ได้จากการทดสอบจะมีค่าที่แตกต่างและค่าผันแปรนี้ต้องอยู่ในขอบเขตที่กำหนดไว้ด้วย สำหรับการที่จะกำหนดขอบเขตและควบคุมนั้นสามารถทำได้ด้วยวิธีการทางสถิติพร้อมกันกับความเข้าใจในลักษณะของคอนกรีตและการทดสอบคอนกรีตด้วย
ความผันแปรของกำลังอัดตัวอย่างคอนกรีต
กำลังอัดของตัวอย่างคอนกรีต จะมีค่ามากหรือน้อยขึ้นอยู่กับระดับการควบคุมทั้งวัตถุดิบ ขบวนการผลิตและขบวนการทดสอบ ซึ่งเมื่อสรุปจะได้ว่ากำลังอัดของตัวอย่างคอนกรีต มีค่าผันแปรอันเนื่องจากสาเหตุสำคัญ 2 ประการ คือ
1.การผันแปรเนื่องจากคุณสมบัติของคอนกรีต (ผันแปรในขบวนการผลิต)
2.การผันแปรเนื่องจากการทดสอบ (ผันแปรในขบวนการควบคุมคุณภาพ)
ความผันแปรของกำลังอัดตัวอย่างคอนกรีต
กำลังอัดของตัวอย่างคอนกรีต จะมีค่ามากหรือน้อยขึ้นอยู่กับระดับการควบคุมทั้งวัตถุดิบ ขบวนการผลิตและขบวนการทดสอบ ซึ่งเมื่อสรุปจะได้ว่ากำลังอัดของตัวอย่างคอนกรีต มีค่าผันแปรอันเนื่องจากสาเหตุสำคัญ 2 ประการ คือ
1.การผันแปรเนื่องจากคุณสมบัติของคอนกรีต (ผันแปรในขบวนการผลิต)
2.การผันแปรเนื่องจากการทดสอบ (ผันแปรในขบวนการควบคุมคุณภาพ)
สรุปความผันแปรของกำลังอัด
การทำก้อนตัวอย่างและการทดสอบกำลังอัดคอนกรีต
คอนกรีตที่เหมาะสำหรับงานก่อสร้าง นอกจากมีความเหลวที่จะเทได้แล้ว เมื่อเป็นคอนกรีตที่แข็งตัวแล้วยังต้องสามารถรับกำลังอัดได้ตามต้องการ ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องการเก็บก้อนตัวอย่าง และนำมาทดสอบตามเวลาต่างๆ ที่ได้กำหนดไว้
ก้อนตัวอย่างในงานคอนกรีตที่ใช้ในประเทศไทย มีดังนี้
1.ตัวอย่างรูปลูกบาศก์ขนาด 15x15x15 ซม.
2.ตัวอย่างรูปทรงกระบอกเส้นผ่าศูนย์กลาง 15 ซม. สูง 30ซม.
3.ตัวอย่างรูปคานขาด 15x15x60 ซม.
ก้อนตัวอย่างในงานคอนกรีตที่ใช้ในประเทศไทย มีดังนี้
1.ตัวอย่างรูปลูกบาศก์ขนาด 15x15x15 ซม.
2.ตัวอย่างรูปทรงกระบอกเส้นผ่าศูนย์กลาง 15 ซม. สูง 30ซม.
3.ตัวอย่างรูปคานขาด 15x15x60 ซม.
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)