วันศุกร์

การออกแบบส่วนผสมคอนกรีตโดยปริมาตร(วิธีคำนวณการผลิตคอนกรีตผสมเสร็จ)

    สำหรับงานก่อสร้างขนาดเล็ก ส่วนใหญ่จะกำหนดสัดส่วนโดยปริมาตร เช่น 1:2:4 อัตราส่วนที่กล่าวถึงนี้ คือ ใช้ปูนซีเมนต์ 1 ส่วน ทราย 2 ส่วน หิน 4 ส่วน โดยปริมาตร การที่จะแปลงส่วนผสมโดยปริมาตรดังกล่าวให้เป็นส่วนผสมโดยน้ำหนัก สามารถทำได้ดังนี้

ข้อมูลที่ใช้ในการคำนวณ
1.หน่วยน้ำหนักของปูนซีเมนต์ = 1,400 กก./ลบ.ม.
2.หน่วยน้ำหนักของหินทราย   = 1,450 กก./ลบ.ม.


ประเภทของสัดส่วนผสมคอนกรีตและมาตรฐานการออกแบบคอนกรีต การผันแปรของกำลังอัด

ประเภทของสัดส่วนผสมคอนกรีต

1.สัดส่วนผสมโดยปริมาตร
ผู้ออกแบบจะกำหนดอัตราส่วนโดยปริมาตรของปูนซีเมนต์,ทราย,หิน, เช่น 1:2:4 คือใช้ปูน 1 ส่วน ทราย 2 ส่วน และหิน 4 ส่วนโดยปริมาตร วิธีการนี้เหมาะสำหรับ งานก่อสร้าง ขนาดเล็กๆเท่านั้น

2.Prescribed Mix
วิศวกรผู้ออกแบบโครงสร้างหรือผู้รับเหมาจะกำหนดสัดส่วนผสมสำหรับโครงก่อสร้างหนึ่งๆ รวมทั้งรับผิดชอบว่าสัดส่วนผสมนี้ จะสามารถผลิตเป็นคอนกรีตที่มีคุณสมบัติตามต้องการ

3.Designed Mix
ผู้ผลิตคอนกรีต เช่น ผู้ผลิตคอนกรีตผสมเสร็จ จะเป็นผู้กำหนดสัดส่วนผสมเพื่อให้ตรงกับความต้องการตามข้อกำหนด รวมทั้งต้องรับผิดชอบต่อสัดส่วนผสมนี้ว่าเป็นไปตามความต้องการ

วันพฤหัสบดี

การออกแบบส่วนผสมคอนกรีต(3.ความสัมพันธ์ที่มีประโยชน์ในการออกแบบ)

ความสัมพันธ์ที่มีประโยชน์ในการออกแบบส่วนผสมคอนกรีต

1.กำลังอัดและอัตราส่วนน้ำต่อซีเมนต์
    สำหรับวัสดุผสมคอนกรีตที่กำหนดไว้ ค่ากำลังอัดจะมี ความสัมพันธ์กับอัตราส่วนน้ำต่อปูนซีเมนต์ ตาม Ablam's Law  ดังนี้

fcm  คือ ค่ากำลังอัดของคอนกรีต ณ อายุที่กำหนด
A      คือ  ค่าคงที่
B      คือ   ค่าคงที่ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของซีเมนต์ และค่า อัตราส่วนน้ำต่อซีเมนต์โดยน้ำหนัก

การออกแบบส่วนผสมคอนกรีต(2.ปัจจัยที่ควรพิจารณาในการออกแบบ)

ปัจจัยที่ควรพิจารณาในการออกแบบส่วนผสมคอนกรีต

    การออกแบบและเลือกใช้คอนกรีตให้เหมาะกับงานก่อสร้างนั้นที่จะต้องพิจารณาปัจจัยต่างๆ ซึ่งอาจกระทบต่อการเลือกใช้คอนกรีตประเภทนั้นๆ โดยสามารถแยกพิจารณาได้เป็น 2 ประการคือ
1.ปัจจัยด้านเทคนิค
2.ปัจจัยด้านราคา

ปัจจัยด้านเทคนิค
     วิศวกรผู้ออกแบบต้องพิจารณาปัจจัยด้านเทคนิคซึ่งแบ่งตามสภาพของคอนกรีตได้เป็น 2 ประการ คือ
1.สภาพที่คอนกรีตบังเหลวอยู่   ปัจจัยที่ต้องพิจารณา 2 ประการ คือ
-ความสามารถเทได้
-การอยู่ตัว
โดยผู้ออกแบบควรเลือกคอนกรีตสดที่มีคุณสมบัติ ดังนี้

การออกแบบส่วนผสมคอนกรีต (1.หลักการในการออกแบบส่วนผสม)

หลักการในการออกแบบส่วนผสมคอนกรีต
     เป้าหมายหลักของการหาสัดส่วนผสมของคอนกรีตหรือการออกแบบส่วนผสมคอนกรีต มีด้วยกัน 2 ประการ คือ
 1.เพื่อเลือกวัสดุผสมคอนกรีตที่เหมาะสมอันได้แก่ ปูนซีเมนต์ หิน ทราย น้ำ น้ำยาผสมคอนกรีต ให้เป็นไปตามข้อกำหนดและวัตถุประสงค์ของการใช้งาน
 2.คำนวณหาสัดส่วนผสมของวัสดุผสมนี้ เพื่อให้ได้คอนกรีตที่มีคุณสมบัติเหมาะสมตามข้อกำหนดและการใช้งานทั้งในสภาพคอนกรีตสดและคอนกรีตที่แข็งตัวแล้ว ในราคาที่เหมาะสมที่สุด

     เพื่อให้บรรลุเป้าหมายข้างต้นผู้ออกแบบส่วนผสมคอนกรีตต้องพิจารณาปัจจัยต่างๆ ต่อไปนี้
-การหาได้ของวัสดุผสมคอนกรีต
-การผันแปรในคุณสมบัติของวัสดุผสม
-ความสัมพันธ์ระหว่างสัดส่วนผสมกับธรรมชาติของวัสดุผสม
-การผันแปของคุณสมบัติที่ต้องการในสภาพการใช้งาน

Cr:CPAC concrete Technology

คอนกรีตงานห้องเย็นซีแพค

คอนกรีตงานห้องเย็นซีแพค
คอนกรีตถึงแม้จะเป็นวัสดุที่มีความแข็งแกร่งทนทานสูงในสภาพอุณหภูมิปกติก็ตาม แต่เมื่อต้องอยู่ในสภาพอากาศที่หนาวเย็นถึงระดับจุดเยือกแข็ง เช่น ในห้องแช่แข็งหรือห้องเย็นที่มีอุณหภูมิที่ต่ำถึง -40 องศาเซลเซียส คอนกรีตจะเกิดการแตกร้าวหลุดร่อนหลักการใช้งาน จึงต้องทำการซ่อมแซมเกือบปี นอกจากทำให้เกิดค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมที่มากมายแล้วยังต้องปิดห้องเย็นเพื่อซ่อมซึ่งทำให้การค้าต้องหยุดชะงัก อีกทั้งยังต้องเสียค่าพลังงานในการลดอุณหภูมิหลังการซ่อมให้ได้ ณ จุดเดิมอีก ปัญหา ดังกล่าวจะหมดไปด้วย อีกหนึ่งวัตกรรมจากซีแพค

วันพุธ

คอนกรีตรถโม่เล็ก คอนกรีตผสมเสร็จงานรถโม่เล็ก

คอนกรีตรถโม่เล็ก...บริการในรูปแบบใหม่

   คอนกรีตรถเล็กเป็นอีกหนึ่งบริการ ที่ช่วยให้คุณทำงานได้สะดวก รวดเร็ว และประหยัดค่าใช้จ่ายโดยรวมกว่าการผสมปูนเอง โดยอาศัยรถเล็กที่สามารถวิ่งไปส่งได้ทุกจุดของหน่วยงาน โดยเฉพาะในบริเวณที่ยากลำบากต่อการจัดส่ง
   ไม่ว่างานก่อสร้างของคุณจะมีขนาดเล็กเท่าใดก็ไม่มีปัญหา คอนกรีตเตรียมส่วนผสมที่เหมาะสม ที่ทำให้คุณมั่นใจด้วยคอนกรีตคุณภาพมาตรฐานและเตรียมพร้อมสำหรับการจัดส่งตลอดเวลา

งาน บริการคอนกรีตผสมเสร็จ คอนกรีตซีแพค CPAC

งานบริการเทครอนกรีตของซีแพคCpac นอกจากจะมี คอนกรีตมาตรฐานของซีแพคแล้ว ยังมีคอนกรีตประเภทอื่นอีก เพื่อเลือกใช้ตามชนิดงานให้ถูกประเภท

คอนกรีตความร้อนต่ำซีแพค   CPAC Low Heat Concrete 
     การเทคอนกรีตในโครงสร้างขนาดใหญ่ที่มีขนาดกว้างยาวมากกว่า 1 เมตร และความหนามากกว่า 0.5 เมตร เช่น เขื่อนคอนกรีต ตอม่อ ฐานรากแผ่ กำแพงพืด (Diaphragm Wall) ความร้อนจากปฏิกิริยาระหว่างปูนซีเมนต์กับน้ำ (Heat of Hydration) จะสะสมอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้อุณหภูมิในเนื้อคอนกรีตสูงขึ้นมากกว่า 70 องศาเซลเซียส

     ความร้อนที่สะสมในโครงสร้างคอนกรีตนั้นจะถูกถ่ายเทสู่ภายนอก ความร้อนที่อยู่ภายในจะถ่ายเทออกได้ช้ากว่าบริเวณผิวคอนกรีต ก่อให้เกิดความแตกต่างของอุณหภูมิที่ผิว และภายในโครงสร้าง (Differential Temperature) ทำให้โครงสร้างของคอนกรีตเกิดการหดตัวและการยึดรั้งที่ต่างกันในที่สุดคอนกรีตจะแตกร้าว(Thermal Crack)
      หลังการแตกร้าว น้ำและความชื้นจะซึมผ่านโครงสร้างคอนกรีต เข้าทำลายเหล็กเสริม ทำให้โครงสร้างไม่สามารถรับกำลังตามที่ออกแบบไว้ และความทนทานของโครงสร้างจะลดลงอย่างมาก 

คอนกรีตผสมเสร็จสำหรับงานทั่วไป : งานพื้นที่ภายนอกอาคาร,ถนน- คอนกรีตพื้นภายในอาคาร

งานเทคอนกรีตผสมเสร็จ สำหรับงานทั่วไป สามารถแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะงานใหญ่ๆ คือ งานเทคอนกรีตภายนอกอาคาร  และงานเทคอนกรีตภายในอาคาร


สำหรับคอนกรีตงานพื้นภายในอาคาร 
พื้นอาคารขนาดกลาง : คอนกรีตมาตรฐานซีแพคถูกออก แบบมาให้เหมาะสำหรับพื้นในบ้านพักอาศัย และอาคารขนาดกลาง มีกำลังอัดให้เลือกตั้งแต่ 240-280 กก./ตร.ซม.

วันจันทร์

การเลือกกำลังอัดคอนกรีตผสมเสร็จ ของงานเทคอนกรีตแต่ละประเภท ให้เหมาะสมกับการใช้งาน

การใช้งานคอนกรีตผสมเสร็จแต่ละครั้ง ไม่ว่าจะเป็นงานเทพื้น เทคาน หรือถนน อาคาร สิ่งหนึ่งที่ต้องกำหนดในการใช้งานคอนกรีตผสมเสร็จทุกครั้ง คือ ค่ากำลังอัด โดยส่วนใหญ่ผู้ที่เลือกใช้บริการคอนกรีตผสมเสร็จ ที่เป็นเจ้าของบ้านเอง หรือผู้ที่ไม่ใช้ผู้รับเหมา วิศวกร ก็มักจะไม่ทราบเรื่องค่ากำลังอัดที่ควรจะใช้งาน ควรจะใช้เท่าไหร่ เทพื้นควรมีกำลังอัดเท่าไหร่ เลือกแบบไหน ดังนั้นจึงขอเสนอตารางและข้อแนะนำในการเลือกใช้กำลังอัดคอนกรีต ให้เหมาะสม ถูกหลัก ถูกประเภทของงาน เพื่อให้ไม่เกิดความเสียหายภายหลัง  (ต้องการทราบเรื่องค่ากำลังอัดคอนกรีต และ การสั่งคอนกรีตตามกำลังอัด เพิ่มเติม คลิก!)