วันพุธ

ความทนทานของคอนกรีตผสมเสร็จ คอนกรีตสำเร็จรูป ปูนมิกซ์ คอนกรีตซีเมนต์

ความทนทานของคอนกรีตผสมเสร็จ


       เมื่อกล่าวถึงคอนกรีต กำลังอัด เป็นคุณสมบัติประการแรกและประการสำคัญที่ผู้ออกแบบ ผู้ควบคุมงานก่อสร้างและผู้รับเหมา คำนึงถึง รวมทั้งข้อกำหนดสำหรับงานก่อสร้างต่างๆล้วนระบุถึงกำลังอัดคอนกรีตของโครงสร้างที่ออกแบบไว้ แต่คุณสมบัติที่มักจะถูกมองข้ามนั้นคือ ความทนทาน( Durability )

ความทนทานของคอนกรีตเป็นคุณสมบัติที่สำคัญมากประการหนึ่งซึ่งหมายถึง ความสามารถในการทนต่อการเปลี่ยนแปลงต่อสภาพแวดล้อม ทนต่อการทำลายจากสารเคมี ทนต่อแรงกระแทกหรือการกระทำอื่นๆ ตลอดอายุการใช้งานของโครงสร้างนั้น

คอนกรีตที่ทนทานจะต้องคงสภาพได้นานตลอดอายุการใช้งาน สิ่งก่อสร้างคอนกรีตจำนวนมากที่ถูกออกแบบและก่อสร้างโดยไม่คำนึงถึงความทนทานจึงส่งผลให้เกิดความเสียหาย สามารถสรุปได้ 3 ประการใหญ่ๆ คือ

1. สาเหตุด้านกายภาพ (Physical)
เช่น ความเสียหายเนื่องจาก ความร้อน น้ำหนักที่บรรทุกมากเกินไป เป็นต้น

2. สาเหตุด้านเคมี (Chemical)
เช่น มีการซึมผ่านของสารเคมีเข้ามากัดกร่อนคอนกรีตและเหล็กเสริม

3. สาเหตุด้านกล (Mechanical)
เช่น การเสียดสีจนเกิดความเสียหาย
ขอบเขตของความเสียหายขึ้นอยู่กับองค์ประกอบเฉพาะที่มาเกี่ยวข้องอันได้แก่ คุณภาพของคอนกรีต ความหนาแน่นของคอนกรีต และความรุนแรงของสภาพแวดล้อม เป็นต้น

ใช้คอนกรีตแบบไหน หมดปัญหา น้ำรั่ว น้ำซึม

ปัญหารั่วซึม น้ำจากชั้นดาดฟ้า หรือจากห้องน้ำรั่วซึมลงมา พื้นกระเบื้อง หรือ ปาเก้ชั่นล่างร่อน รวมทั้งวอลเปอร์หรือสีร่อน ปัญหาดังกล่าวล้วนมีสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการเลือกใช้คอนกรีตที่ไม่เหมาะสมทั้งสิ้น

การเลือกใช้คอนกรีตผสมเสร็จ ปูนมิกส์ ปูนคอนกรีตสำเร็จ

การเลือกใช้คอนกรีตผสมเสร็จ ปูนมิกส์ ปูนคอนกรีตสำเร็จ

คอนกรีต ถือเป็น วัสดุสำคัญในการสร้างบ้าน ท่านเจ้าของบ้านอาจกำลังเลือกอยู่ว่าจะใช้คอนกรีตผสมมือ หรือคอนกรีตผสมเสร็จในการสร้างหรือซ่อมแซมบ้าน ซึ่งคอนกรีตทั้งสองประเภทถึงแม้จะทำมาจากปูนซีเมนต์ หิน ทราย น้ำและสารผสมเพิ่มเหมือนกันแต่คุณสมบัติ คุณภาพและการใช้งานมีความแตกต่างกันอยู่ จึงขอสรุปข้อความแตกต่างของคอนกรีตทั้งสองประเภทเพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจ

เปรียบเทียบคอนกรีตผสมมือและคอนกรีตผสมเสร็จ

การซื้อส่วนผสมคอนกรีต
คอนกรีตผสมมือ : ยุ่งยากกว่า ต้องซื้อ ปูนซีเมนต์ หิน ทรายและสารผสมเพิ่มกับร้านขายวัสดุก่อสร้างเอง
คอนกรีตผสมเสร็จ : สะดวกกว่า ซื้อเพียงอย่างเดียวที่ร้านขาย วัสดุก่อสร้างที่มีเครื่องหมายตราช้าง

ส่วนผสมคอนกรีต
คอนกรีตผสมมือ : ช่างอาจลดต้นทุนโดยใช้ปูนฉาบแทนปูนโครงสร้าง หิน ทราย น้ำไม่สะอาด ซึ่งจะมีผลต่อความแข็งแรงของโครงสร้าง
คอนกรีตผสมเสร็จ : ใช้ปูนซีเมนต์สำหรับเทโครงสร้างโดยเฉพาะ หิน ทราย สะอาด มีขนาดคละที่เหมาะสม ทำให้โครงสร้างมีความแข็งแรงกว่า

การคำนวณ การใช้คอนกรีตผสมเสร็จ ว่าต้องใช้กี่คิว


การคำนวณ การใช้คอนกรีตผสมเสร็จ ว่าต้องใช้กี่คิว

โดยปกติการซื้อขายคอนกรีตผสมเสร็จนั้นจะได้หน่วยเป็นคิว หรือ ลูกบาศก์เมตร ถ้าท่านจะสร้างบ้านใหม่ทั้งหลัง หรือต่อเติมซ่อมแซมบ้านเพียงเล็กน้อย ท่านสามารถคำนวณได้เลยตามหลักการด้านล่าง หากมีวิศวกรหรือสถาปนิกที่ออกแบบให้ท่านก็จะมีการคำนวนไว้เรียบร้อยแล้ว ท่านสามารถถามจำนวนที่ต้องการใช้ได้เลย   (สามารถศึกษา มาตราส่วนการหาพื้นที่เทคอนกรีตได้ ที่นี้ คลิก!)

ตัวอย่างการคำนวณ ปริมาณคอนกรีตที่ใช้เทคาน
ปริมาณคอนกรีตที่ต้องใช้ 
= กว้าง x ลึก x ยาว
= 0.15 x 0.3 x 4
= 0.18 คิว


ตัวอย่างการคำนวณ ปริมาณคอนกรีตที่ใช้เทเสา

ประเภทของคอนกรีตปั๊ม แบบต่างๆ

ประเภทของคอนกรีตปั๊ม แบบต่างๆ

เราสามารถแบ่งคอนกรีตปั๊มตรามลักษณะ การขับเคลื่อนคอนกรีต ออกเป็น 3 ประเภทคือ
1.คอนกรีตปั๊มแบบรีด
2.คอนกรีตปั๊มแบบใช้ลูกสูบ
3.คอนกรีตปั๊มแบบใช้ลมดัน

2.1 คอนกรีตปั๊มแบบรีด
      คอนกรีตปั๊มแบบนี้ประกอบด้วยท่อยางอ่อน และลูกกลิ้งที่หมุนอยู่ภายในห้องปั๊ม ลูกกลิ้งจะหมุนไปบีบท่อ และรีดคอนกรีตที่อยู่ในท่อยาง ออกไปตามท่อสู่บริเวณที่จะเทคอนกรีต โดยทั่วไปภายในห้องปั๊มจะมีความดันต่ำกว่าบรรยากาศ ทั้งนี้เพื่อให้ท่อยางอ่อนภายในห้องปั๊มที่ถูกบีบโดยลูกกลิ้งดันตัวกลับรูปเดิมอย่างรวดเร็ว เป็นผลให้สามารถส่งคอนกรีตออกจากปั๊มได้อย่างสม่ำเสมอ

คอนกรีตปั๊มในลักษณะนี้ไม่มีประตูปิดเปิดที่ทางเข้า-ออก จึงไม่มีการสึกหรอที่ประตูปิด-เปิด และไม่มีการรั่วซึมของน้ำปูน แต่จะเกิดการสึกหรอของท่อยางทั้งภายในและภายนอก เพราะผิวด้านนอกจะถูกลูกกลิ้งบีบ สำหรับผิวด้านในก็จะถูกขูดขีด โดยส่วนผสมต่างๆ ของคอนกรีต โดยเฉพาะอย่างยิ่งหินที่มีเหลี่ยมคม นอกจากน้ำคอนกรีตปั๊มลักษณะดังกล่าวยังมีข้อจำกัดในการส่งคอนกรีต คือ สามารถส่งคอนกรีตได้สูงประมาณ 40 เมตรเท่านั้น

วันจันทร์

คอนกรีตปั๊ม คืออะไร และมีวิวัฒนาการอย่างไร

คอนกรีตปั๊ม (Concrete Pump)  คือ อะไร 

คอนกรีตปั๊ม คือ อุปกรณ์ที่ใช้การลำเลียงคอนกรีตชนิดหนึ่ง ในปัจจุบันคอนกรีตปั๊มได้เข้ามามีบทบาทในการลำเลียงคอนกรีต โดยเข้ามาทดแทนรถเข็ม , ลิฟท์ ,ทาวเวอร์เครน, สายพานลำเลียงและวีธีการลำเลียงอื่นๆ ทั้งนี้เนื่องจากคอนกรีตปั๊มสามารถตอบสนองความต้องในการเทคอนกรีตในที่สูงหรือในที่ที่มีอุปกรรค ยากต่อการเทคอนกรีตโดยวิธีอื่นๆ รวมทั้งยังให้ความสะดวกรวดเร็วในการเทคอนกรีตเมื่อเที่ยบกับวิธีอื่นๆด้วย

วิวัฒนาการของคอนกรีตปั๊ม 

แนวความคิดเกี่ยวกับการลำเลียงคอนกรีตผ่านท่อโดยอาศัยลูกสูบ ไปยังสถานที่ที่ต้องการเทคอนกรีต เริ่มมีขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ.2473 และแนวความคิดนี้ได้เกิดเป็นจริงขึ้นในปี พ.ศ.2476 ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยได้มีการใช้คอนกรีตปั๊มในการลำเลียงคอนกรีต สำหรับการสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำ มิสซิสซิปปี้ ที่เมืองมินิโซต้า

วันศุกร์

สาเหตุของการแตกร้าว ของคอนกรีต(คอนกรีตผสมเสร็จ)

สาเหตุของการแตกร้าว ของคอนกรีต(คอนกรีตผสมเสร็จ)

สาเหตุของการแตกร้าว
Structural Crack   อาจมาจากสาเหตุหลัก 3 ประการ คือ
1.การแตกร้าวเนื่องจากการออกแบบไม่ถูกต้อง เช่น การคำนวณออกแบบ หรือการให้รายละเอียดการเสริมเหล็กไม่ถูกต้อง
2.การแตกร้าว ของคอนกรีตเนื่องจากการใช้วัสดุก่อสร้างไม่มีคุณภาพ เช่น ใช้หินผุ หินมีดินปน ทรายสกปรก น้ำสกปรก หรือ ทำการผสมคอนกรีตไม่ได้สัดส่วนที่ถูกต้อง รวมทั้งการใช้เหล็กเสริมที่เป็นสนิมมาก
3.การแตกร้าว ของคอนกรีตผสมเสร็จ เนื่องจากการก่อสร้างไม่ได้มาตรฐาน เช่น การผสม การขนส่ง การเทลงแบบ การหล่อคอนกรีตไม่ดีพอ การถอดค้ำยันก่อนกำหนอ ขาดการบ่มที่ดีพอ หรือ แบบหล่อ คอนกรีตโก่งงอ

Non Stuctural Crack  อาจมาจากสาเหตุต่างๆ ดังนี้
1.การหดตัวของคอนกรีต
2.การทรุดตัวของคอนกรีต
3.ความร้อน

ซึ่งการแตกร้าวพวกนี้สามารถจำแนกตามเวลาที่เกิดได้ เป็นการแตกร้าวก่อนคอนกรีตแข็งตัว และการแตกร้าวหลักจากคอนกรีตแข็งตัวแล้ว

วันพฤหัสบดี

ว่าด้วยเรื่อง การแตกร้าวของคอนกรีตผสมเสร็จ

การแตกร้าวของคอนกรีต
1.ขั้นตอนการเกิดการแตกร้าว

การแตกร้าวของคอนกรีตมีขั้นตอนของการเกิดได้อย่างไร เป็นเรื่องที่ควรทราบไว้เพื่อจะได้หาวิธีป้องกันและแก้ไขได้อย่างถูกต้อง และเพื่อแสดงถึงขั้นตอนของการแตกร้าวอย่างชัดเจน เราจะใช้แบบจำลองของแท่งคอนกรีต(คอนกรีตผสมเสร็จ)มาเป็นตัวอย่างในการพิจารณา

เริ่มแรกเรามาพิจารณาแท่งคอนกรีตที่ยังไม่แข็งตัวดีซึ่ง ยังมีความชื้นอยู่และปลายทั้งสองด้านของแท่งคอนกรีตถูกปล่อยไว้อย่างอิสระ ไม่ยึดติดกับวัตถุอื่นใด

การผสมคอนกรีต วัตถุดิบที่ใช้ : วิธีการผสมคอนกรีต

วัสดุที่ใช้ผสมคอนกรีต

ปูนซีเมนต์: ปูนซีเมนต์ที่ใช้ในงานก่อสร้างต้องเป็นปูนซีเมนต์ที่บรรจุถุงเรียบร้อยตามมาตรฐาน ม.อ.ก. หรือเป็นปูนซีเมนต์ที่เก็บในภาชนะบรรจุของบริษัทผู้ผลิตห้ามใช้ปูนซีเมนต์เสื่อมคุณภาพ เช่น ปูนซีเมนต์ซึ่งแข็งตัวจับกันเป็นก้อน เป็นต้น
มวลรวมแบบละเอียด : ส่วนมากจะเป็นทราย ทรายที่ใช้ผสมคอนกรีตจะต้องมีความละเอียดที่พอดี โดยมี Fineness Modulus (เป็นตัวบ่งบอกความละเอียดของทรายนั้น)  ระหว่าง 2.3 และ 3.1 ถ้าน้อยกว่า 2.3 จะเป็นลักษณะทรายที่สะอาดและละเอียดมากเกินไป
มวลรวมแบบหยาบ :  ธรรมดาเราใช้ทั้งหินย่อยและกรวดเป็นมวลรวมหยาบ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความยากง่ายในการหาวัสดุ ปกติจะระบุไว้ในข้อกำหนด (Specification) ว่าให้ใช้แบบใด ซึ่งทางผู้ผลิตจะต้องคอยตรวจคุณภาพของวัสดุที่ส่งเข้ามาอย่างสม่ำเสมอเพราะอาจไม่ใช่วัสดุจากแหล่งเดียวกัน และอาจมีสิ่งแปลกปลอมปนมาได้ เช่น หินผุ หรือหินอื่นๆ ที่มีคุณภาพด้อยกว่าที่กำหนด
 น้ำ : ต้องเป็นน้ำสะอาด  ซึ่งโดยมากส่วนใหญ่จะใช้น้ำประปาและอาจจะต้องมีการกรองเอาสิ่งสกปรกออกในกรณีที่ไม่สามารถหาน้ำที่สะอาดได้ แล้วจำเป็นต้องใช้น้ำที่ขุ่นในการผสมคอนกรีต จะมีเทคนิคในการทำน้ำให้ใสขึ้นดังนี้ เทปูนซีเมนต์ 1 ลิตร ลงไปในน้ำขุ่น 200 ลิตร ทิ้งไว้ 5 นาที เพื่อให้สิ่งสกปรกตกตะกอนแล้วจึงสูบน้ำที่ใสแล้วจากด้านบนหมดมาใช้ได้ แต่ทั้งนี้น้ำควรจะผ่านการทดสอบคุณสมบัติอื่นๆ ก่อนนำมาใช้
สารผสมชนิดอื่นๆ  : สารเหล่านี้ใช้เพื่อปรับคุณสมบัติของคอนกรีต เช่น สารเพิ่มความแข็งแรง สารเพิ่มความยืดหยุ่นของคอนกรีต เป็นต้น

วันพุธ

การควบคุมคุณภาพคอนกรีต

การควบคุมคุณภาพคอนกรีต

การควบคุมคุณภาพคอนกรีตมีบทบาทสำคัญมากต่อวงการก่อสร้าง กระบวนการควบคุมคุณภาพคอนกรีตไม่ใช้เพียงการทดสอบค่ายุบตัว และการทดสอบกำลังอัดของก้อนตัวอย่างคอนกรีตเท่านั้น แต่รวมไปถึงการคัดเลือกวัตถุดิบและสัดส่วนผสมการควบคุมคุณภาพวัตถุดิบ การควบคุมเครื่องจักรและอุปกรณ์ การควบคุมขบวนการผลิต การควบคุมคุณภาพคอนกรีตสด และคอยกรีตแข็งตัวแล้ว โดยวัตถุประสงค์ที่สำคัญของการควบคุมคุณภาพ คือ ต้องการให้เกิดความมั่นใจว่าคอนกรีตที่ผลิต มีคุณภาพสูงตามที่มาตรฐานงานกำหนด

ความแตกต่างของคอนกรีตและวัสดุก่อสร้างอื่นๆ 

การควบคุมคุณภาพ จำเป็นอย่างยิ่ง สำหรับขบวนการผลิตสินค้าวัสดุก่อสร้างทุกชนิด แต่เนื่องจากคอนกรีตมีคุณลักษณะพิเศษต่างๆที่แตกต่างออกไปจึงจำเป็นอย่างยิ่ง ที่ต้องให้ความใส่ใจอย่างมาก กล่าวคือ 
1.คอนกรีตยังไม่ใช่วัสดุสำเร็จ ณ เวลาที่เทลงแบบเพราะขณะนั้นคอนกรีตยังอยู่ในสภาพที่เหลวแต่การใช้งานจริงใช้คอนกรีตที่แข็งตัวแล้ว
2.คุณภาพและความสม่ำเสมอของคอนกรีต ผันแปรค่อนข้างมาก เนื่องจากปัจจัยต่่างๆ ทั้งที่สามารถควบคุมได้และที่ยากต่อการควบคุม
3.คุณภาพของคอนกรีตที่แข็งตัวแล้ว จะถูกกระทบจากปัจจัยต่างๆในหลายขั้นตอนตั้งแต่
-การเลือกและการผันแปรของส่วนผสม
-คุณสมบัติของวัสดุผสม
-สัดส่วนผสม
-การสม่ำเสมอในการผสม
-การขนส่งและการเทลงแบบ
4.การรับรองกำลังอัด จะรับรองหลังจากที่เทคอนกรีต นั้นไปแล้ว 3,7,14, หรือ 28 วัน ซึงแตกต่างจากเหล็ก ไม้ หรือวัสดุก่อสร้างอื่นๆ ซึ่งสามารถทดสอบหาคุณสมบัติต่างๆ ได้ก่อน นำไปใช้งาน
5.ในขณะที่สินค้าอื่นๆพยายามที่จะทำสินค้าให้เป็ฯมาตรฐาน แต่อุตสาหกรรมคอนกรีต จำเป็นต้องดัดแปลง ปรับปรุงสัดส่วนผสมเพื่อให้เพราะกับงานก่อสร้างแต่ละโครงการและจำเป็นต้องใช้วัสดุที่หาได้ในท้องถิ่นให้เกิดประโยชน์สูงสุด